NIP NETWORK
กันยายน 07, 2010, 08:04:56 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เริ่มต้น การทำเพลง เราต้องรู้อะไรบ้าง  (อ่าน 483 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
มีนาคม 23, 2010, 04:29:36 PM
Music of the Dave
อนุปริญญา
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 45


อดใจรอฟังเพลงกันนิดนึงนะค้าบบบบบบ

davebnn@hotmail.com - -
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 04:29:36 PM »

มาอีกแล้ว คราวนี้ได้ไปเจอบทความดีๆของคนทำเพลงอีกคนหนึ่ง หวังว่าน้องๆนิปทุกๆคน คงจะถูกใจกันนะคับ

1.  ความรู้เรื่องดนตรี
ข้อนี้ สำคัญที่สุดเลยครับ แต่เราจะมีความรู้ได้ ไม่ใช่ อ่าน ๆ ๆ ๆ นะครับ เราต้องหัดเล่นดนตรี ซะก่อน เล่นดนตรีอะไรก็ได้ครับ ถ้าจะเอาง่ายที่สุด ก็ กีตาร์นี่แหละครับ ซื้อง่าย หัดง่าย ขนย้ายสะดวก  เมื่อเราหัดเล่นดนตรีไปสักพักนึง เราก็จะเริ่มมีความรู้ทางด้านดนตรี โดยอัตโนมัติ ถึงแม้ เรายังไม่สามารถ ตอบโจทย์ ทางด้านดนตรี หรืออธิบาย อะไร ๆ ที่เกี่ยวกับดนตรีได้ก็ตาม แต่ผมเชื่อว่า ท่านจะเิริ่มมีความรู้ทางด้านดนตรี หากท่าน เริ่มเล่นดนตรีได้ อย่างแน่นอน ครับ


การเล่นดนตรี ถ้าจะให้ผมแนะนำง่าย ๆ เลยนะครับ ก็คือ ลองหยิบกีตาร์มาตัวนึงครับ แล้วหาหนังสือ ที่สอนการจับคอร์ด หรือ หนังสือเพลงทั่วไปตามท้องตลาด ที่มีรูปการจับคอร์ด แล้วเราก็จับตามหนังสือน่ะครับ  อันดับแรกเลย ผมอยากให้เพื่อน ๆ ลองหัดจับ คอร์ด C  Am  Dm  G7 ก่อนนะครับ    เล่นวนไปเรื่อย ๆ เมื่อเราเล่นมันคล่องขึ้น ๆ  เชื่อไหมครับ เราจะจำเสียงมันได้  เราจะจำได้แม้กระทั่ง เสียงถัดไป ของ คอร์ด ถัดไปไ้ด้ ด้วยซ้ำ  แต่ถ้าเพื่อน ๆ  ยังจำไม่ได้ ก็เล่นต่อไป ครับ เล่นซ้ำ ๆ มันอยู่ 4 คอร์ดอย่างนี้แหละครับ  เชื่อผมเถอะ ว่าในใจเราจะจำมันได้จริง ๆ ครับ


หลังจากที่เราเล่นคอร์ด 4 คอร์ด นี้จนคล่องแล้ว เราลอง เล่นคอร์ดใหม่ดูนะครับ  ผมแนะนำให้เล่น คอร์ด G   Em  Am  D7 ครับ  เพราะยังเป็นคอร์ดที่ง่ายอยู่  เพื่อน ๆ ลองเล่น ไปนาน ๆ เหมือน 4 คอร์ด แรก นะครับ  เพื่อน ๆ ก็จะจำได้อีกแล้ว ว่า เสียงมันจะไปยังไงต่อ  ....  และนี่ก็คือ วงจร ของ คอร์ด ครับ มันจะไม่หนีไปไหนไกลครับ สำหรับเพลงแนว pop     ที่อาจจะหนี ๆ ไปบ้าง ก็จะเป็นคอร์ด ที่ 2 และ คอร์ดที่ 3 น่ะครับ  เช่น C   Am  Dm  G7   นั้น  ถ้ามันจะหนีไปบ้าง  ก็อาจเป็น   C  Em  F   G7  เป็นต้น ยังไง มันก็จะกลับมาหา C  ซะส่วนใหญ่   ไม่เชื่อ ลองเปิดหนังสือเพลง แล้วเล่นเพลงในหนังสือเพลงดูนะครับ ส่วนใหญ่ (ผมเน้นว่า ส่วนใหญ่ เพราะ ส่วนน้อย ก็ไม่ได้เป็นอย่างนี้)  ไปไป มามา  กลายเป็นเริ่มสอนให้เล่นกีตาร์ซะแล้ว..      ความรู้เรื่องดนตรีนั้น ต้องรวมไปถึง จังหวะ (Rhythm) และพวกเสียงประสาน (Harmony) แต่เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งตกใจครับ ทุกอย่างมันจะมาหาเราเอง ถ้าเราเล่นดนตรีเป็น ....


2.  ความรู้เรื่องการเขียนเนื้อร้อง
การเขียนเนื้อร้องนี่ ไม่ใช่ สักแต่ว่าเขียนอะไรก็ได้นะครับ เนื้อร้องที่ดี จะทำให้คนจดจำง่าย ซาบซึ้ง และอิน ไปกับบทเพลง ผมเอง ก็ยังพยายามที่จะเขียนเนื้อให้ได้ ดี ๆ อยู่เลยครับ ถึงแม้ คนที่เขียนเนื้อเป็นอาชีพ เขาจะสามารถ เขียนเนื้อเพลงได้ดี เพียงใดก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถ เขียนให้ได้ดี เท่า ๆ กันทุกเพลงครับ  เพราะเนื้อเพลงเนี่ย มันจะถูกบังคับ โดย ทำนอง (melody) และวรรณยุกต์ (เฉพาะในเพลงไทย แต่ถ้าเป็นเพลงสากล ตรงนี้ ไม่มีผลเลยครับ) และพยางค์  หลายท่านอาจงง  พยางค์ คืออะไรเหรอ   พยางค์ ก็คือ   สมมติ ว่า ผมใช้คำว่า   " ผมรักคุณ "  จะนับได้ 3 พยางค์ ครับ  (นับตามคำอ่าน)  ถ้าผมใช้คำว่า " อย่ามาวุ่นวาย กับ สมอล์ ทอล์ค ของฉันนะ " ก็จะนับได้ 11 พยางค์ ครับ 


คิดดูสิครับ  ไอ้เจ้า พยางค์นี่แหละ ที่ทำให้เราปวดหัว  เพราะถ้า ในเพลงที่เราแต่งไว้ มันมีท่อน melody ประมาณ 5 พยางค์  เช่น โด  เร  มี  เร  เร   เราก็ต้อง แต่งเนื้อร้อง หรือหาคำ ที่มาลงพอดี  และต้องมีความหมายด้วย ไม่ใช่เอาคำอะไรมาลงก็ได้ และแถมยังต้อง เป็นห่วงพะวง กับสัดส่วนของคำสั้น คำยาว และ วรรณยุกต์ อีก    ผมลองแต่งดูนะครับ  ผมแต่ง ออกมาได้ว่า   "อย่ามารักกันเลย"   อันนี้ ถ้าร้องออกมา ก็ยังพอไปวัดไปวาได้  แต่ถ้าผมแต่งใหม่เป็น   "ออกไปซื้อดีกว่า"   อันนี้ คำว่า กว่า เป็นเสียงไม้เอก ซึ่งเสียงมันต่ำ  ถ้าฝืนร้องให้ตรงกับโน๊ต ตัว เร  ละก้อ  จะกลายเป็น  "ออกไปซื้อ ดีกวา"  ไม้เอก หายไปเลยครับ หุหุ   เอาไว้ จะคุยรายละเอียดกันอีกทีเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะนะครับ ...


3.  ความรู้เรื่อง คอมพิวเตอร์
อ้าว  มันมาเกี่ยวได้ยังไง  เกี่ยวสิครับ เกี่ยวมากซะด้วย เพราะเดี๋ยวนี้ อะไร ๆ  ก็ใช้คอมพิวเตอร์ ทำงาน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย กันแล้วครับ ผมจะพูดคร่าว ๆ ว่า เราต้องรู้อะไรบ้าง กับคอมพิวเตอร์เนี่ย... 
สิ่งที่เราต้องรู้ก็คือ  รู้วิธีการใช้่โปรแกรมต่าง ๆ เพื่อสั่งให้โปรแกรม มันทำงาน มันเล่นดนตรี แทนเรา  แต่ยังไง เราก็ต้องเป็นคนสั่ง เป็นคนออกไอเดีย ให้มันเล่นตามที่ใจเราปราถนา  โปรแกรมที่เราควรเรียนรู้ ก็มี  Calkwalk, Cubase, Logic, ปลั๊กอินต่าง ๆ, ทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่อง Midi file และ wave file  เป็นต้น  เพราะถ้าหาก เราเรียนรู้มันคล่องแคล่วแล้ว  มันแทบจะแต่งเพลงแทนเราได้เลยสิ โอ้ ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้  นักดนตรีสมัยก่อนนะครับ  อัดเสียงร้อง 1 line ถ้าเพี้ยน ก็ต้องเริ่มกันใหม่  กว่าจะอัดได้ 1 line นี่ กินเวลาหลายวันเชียวนะครับ  แต่สมัยนี้  ร้องเพี้ยนเหรอ  ให้คอมฯ  แก้กันตรงนั้นเลย  แป๊บเดียว ร้องเพราะทันที ดูสิครับ สะดวกขนาดไหน .....


เพราะฉนั้น  ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เราต้องรู้ และ ควรรู้ เป็นอย่างยิ่งครับ  อย่าคิดว่า มันเครียดนะครับ  ถ้าเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ จะยิ่งสนุก  ๆ ๆ ๆ ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ ครับ    เอาล่ะครับ เพื่อน ๆ ค่อย ๆ ศึกษานะครับ ถ้าใจร้อน ผมอัพเดท articles ไม่ค่อยทันใจ ก็หาอ่านหนังสือ ไปก่อนนะครับ  แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ต้องฝึกฝน ฝีมือดนตรี ครับ  เพราะเป็นพื้นฐานที่จำเป็นที่สุด ของนักแต่งเพลง หรือ Music Composer ทุกคนนะครับ  ........

ไว้คราวหน้าจะเอาบทต่อไปของการทำเพลงมาฝากอีกนะคับ
ขอบคุณเวป musichandmade มากคับ
บันทึกการเข้า

Music is my life !!!
สิงหาคม 26, 2010, 07:40:31 AM
เม่าอ้วนพี
admin
ผู้เชี่ยวชาญ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 697


บินไป


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 07:40:31 AM »

เยี่ยมเลยครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.068 วินาที กับ 23 คำสั่ง
s s s s s